วิธีเลือกอุปกรณ์จุดขายปลีกให้ใช้กับโปรแกรม Indy Pos

       จะเน้นเฉพาะอุปกรณ์ต่อพ่วงกับเครื่องคอมพิวเตอร์เพราะใช้งานง่ายประหยัดเคลื่อนย้ายง่ายดูแลรักษาง่ายอุปกรณ์ชิ้นใดมีปัญหาก็สามารถเปลื่ยนได้ทันที

เครื่องพิมพ์กระดาษม้วน (ใบกำกับภาษีอย่างย่อ) ที่นิยมใช้กันในท้องตลาด คือ Printer TMU ของ Epson (ชนิดต่อพ่วง) จะมีอยู่ 3 รุ่น คือ
1. EPSON TMU-950 จุดเด่นของ Printer TMU-950 คือ สามารถพิมพ์กระดาษขนาด A5 ได้ โปรแกรม Indy Pos จึงออกแบบฟอร์มใบกำกับภาษีเต็มรูปที่สามารถพิมพ์ลงกระดาษ A5 ได้โดยไม่ต้องต่อพ่วง เครื่องพิมพ์อีกตัว (ถ้าจุดขายสามารถออกใบกำกับภาษีเต็มรูปได้) ใช้กระดาษในการพิมพ์ 2 ม้วนชั้นเดียว ซึ่งราคากระดาษจะถูก โดยเฉพาะสำหรับร้านค้าที่เป็นระบบค้าปลีก เช่น Supermaket หรือ Minimart สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้มากทีเดียว
2. TMU-300 จุดเด่น ของเครื่อง TMU-300 คือสามารถ ติดกับฝาผนังห้องได้ขนาดเล็กกระทัดลัด พิมพ์เร็วเนื่องจากใช้กระดาษม้วนเดียว ราคาเครื่องจะต่ำกว่า TMU-950 แต่ราคากระดาษจะสูงกว่าเพราะใช้กระดาษม้วนเดียวการเก็บสำเนาต้องใช้กระดาษ 2 ชั้นมีคาร์บอนจะทำให้ราคากระดาษแพงกว่าชั้นเดียวเหมาะสำหรับร้านค้าที่ออกบิลไม่มาก
3. TMU-210 จุดเด่น ของเครื่อง TMU-210 คือ รุ่นใหม่ล่าสุด ประหยัดเนื้อที่ ขนาดเล็กกระทัดลัดบางกว่า TMU-300 พิมพ์เร็วเหมือนกัน เนื่องจากใช้กระดาษม้วนเดียว ราคาเครื่องจะต่ำกว่า TMU-300 นิดหน่อย ใช้กระดาษม้วนเดียวการเก็บสำเนาต้องใช้กระดาษ 2 ชั้นมีคาร์บอน

          ทั้ง 3 ประเภทต่อกับเครื่อง PC หรือเครื่องที่มี Port แบบ Serial Port และ แบบ Parallel Port ได้แต่ถ้าใช้กับโปรแกรม Indy Pos ขอแนะนำว่าให้เลือก เครื่องพิมพ์ TMU ที่ต่อกับ Serial Port มีข้อดี คือ


1. Serial Port สั่งพิมพ์จะทำงานเร็วกว่า Parallel Port เพราะว่าไม่มี Buffer เหมาะสำหรับงานที่ต้องการพิมพ์ทันทีและต่อเนื่อง
2. เครื่องพิมพ์ ที่ต่อกับ Serial Port ถ้ามีการต่อพ่วง ลิ้นชักเก็บเงินจะทำให้ลิ้นชักเปิดได้เร็วกว่า Parallel Port
3. Serial Port ของเครื่องจะมีอยู่ 2 Port จะทำให้ Parallel Port ว่างสามารถต่อเครื่องพิมพ์ธรรมดาได้อีกตัวจะไว้พิมพ์ รายงานอื่น ๆ ได้
**** รหัสภาษาไทยให้เลือกเป็น เกษตร KU สหวิริยา***

ข้อแนะนำสำหรับเครื่องพิมพ์ใบกำกับภาษีอย่างย่อ ให้เหมาะสมกับโปรแกรม Indy Pos
1. ควรเลือกเครื่องพิมพ์ที่ต่อกับ Serial Port เพราะทำงานได้เร็วกว่าและถ้าเลือกลิ้นชักที่ต่อกับเครื่องพิมพ์ลิ้นชักจะเปิดได้เร็วกว่าเครื่องพิมพ์ที่ต่อกับ Parallel Port และ Parallel Port ยังนำไปใช้ต่อกับเครื่องตัวอื่นได้อีก เช่น เครื่องพิมพ์รายงาน เป็นต้น
2. ถ้ามีงบสูงหน่อยให้เลือกเครื่องพิมพ์รุ่น Tmu-950 เพราะจะประหยัดค่ากระดาษถ้าพิมพ์ในจำนวนมากและยังสามารถพิมพ์ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปได้ โดยไม่ต้องต่อเครื่องพิมพ์ตัวที่ 2
3. ถ้ามีงบน้อยให้เลือกเครื่องพิมพ์ ธรรมดาได้ทุกรุ่น แคร่สั้นหรือยาวก็ได้ โปรแกรมสามารถพิมพ์ได้เหมือนกันแต่ช้าหน่อยและจะต้องมีฟอร์มสำหรับใส่เครื่องพิมพ์ก็สามารถสั่งโรงงานทำได้แล้วแต่จะออกแบบ ขนาด รูปร่าง หน้าตา ส่วนในโปรแกรมสามารถแก้ไขแบบฟอร์มได้


ลิ้นชักเก็บเงิน (CashDrawer)
ลิ้นชักเก็บเงิน ยี่ห้อที่นิยมใช้มากคือ Posiflex มีอยู่ 2 ขนาด คือ 1. 40 cm.2. 50 cm.แต่โปรแกรม Indy Pos ไม่จำกัดยี่ห้อ NONAME ก็สามารถใช้ใด้ จะมี 2 แบบ คือ Serial Interface (ต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์) และชนิด Printer Interface (ต่อกับเครื่องพิมพ์ EPSON TMUได้ทุกรุ่น) หากไม่ได้ใช้เครื่องพิมพ์ชนิด (TMU) ก็ใช้ลิ้นชักเก็บเงินชนิด Serial Interface(ต่อกับคอมพิวเตอร์ Serial Port) แต่หากเลือกใช้ เครื่องพิมพ์ชนิด TMU ก็สามารถเลือกใช้ลิ้นชักแบบ Printer Interface มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันคือ

1. แบบ Printer Interface คือ ราคาถูก สายสัญญาณน้อยต่อง่าย ข้อเสีย คือ ถ้า Printer เสีย ก็ไม่สามารถควบคุมด้วยโปรแกรมได้ ต้องใช้กุญแจเปิด-ปิดเอง
2. แบบ Serial Interface(ต่อกับคอมพิวเตอร์ Com Port) ต่อแบบอิสระ หาก Printer เสียก็สามารถควบคุมด้วยโปรแกรมได้ และสามารถเครื่องย้ายไปต่อกับเครื่องอื่นได้โดยไม่ต้องมีเครื่องพิมพ์ ข้อเสีย คือ ต้องมีสายไฟเพื่อใช้ในการเปิด ลิ้นชักจะทำให้ถ้าลิ้นชักไม่เปิดต้องตรวจสอบหลายจุด ราคาจะแพงกว่าแบบ Printer Interface

ข้อแนะนำสำหรับลิ้นชักเก็บเงิน ให้เหมาะสมกับโปรแกรม Indy Pos
1.โปรแกรมสามารถต่อลิ้นชักได้ทุกประเถท
2. การเลือกต้องดูจุดประสงค์
    2.1 ถ้าต่อกับเครื่องพิมพ์ Tmu ประหยัดค่าใช้าจ่าย ข้อเสียถ้าเครื่องพิมพ์เสียลิ้นชักใช้ไม่ได้
    2.2 ถ้าต่อกับ Serial Port ราคาจะสูงหน่อยข้อดีถ้าเครื่องพิมพ์เสียลิ้นชักก็ยังใช้ได้เพราะต่อ Port แยกกันและใช้ลิ้นชักโดยไม่ต้องมีเครื่องพิมพ์ก็ได้


Scanner (เครื่องอ่านบาร์โค้ด) มีหลายประเภท

1. ต่อกับ คีย์บอร์ด มี 2 แบบ คือแบบ CCD เครื่องอ่านบาร์โค้ดชนิดมือถือ ความเร็วในการอ่านจะช้าและใกล้ หากบาร์โค้ดชำรุด ของประเภทแช่ ก็จะอ่านไม่ได้
2. แบบ Laser แบบมือถือและแบบตั้งโต๊ะ ใช้ลำแสงในการอ่านบาร์โค้ด ทำให้การอ่านบาร์โค้ดรวดเร็วและแม่นยำมากยิ่งขึ้น เครื่องอ่านบาร์โค้ดแบบ Laser มีทั้ง
- อ่านแบบลำแสงเส้นเดียว
- อ่านแบบลำแสง 20 เส้น
แบบ 20 เส้น เหมาะสำหรับงานที่ต้องการความรวดเร็ว เช่น ร้านค้าปลีกที่เป็น Supermaket หรือ Minimart จะสะดวกกว่าการอ่านลำแสงเส้นเดียวไม่ว่าของจะมาในลักษณะไหนก็สามารถอ่านได้ การเลือกใช้ก็ขึ้นอยู่กับงบประมาณ และความสะดวกในการใช้งาน
3. แบบ ต่อ Serial Port จะใช้งานยากก่วาชนิดต่อกับ ดีย์บอร์ด ตัวScanner ต้องมี โปรแกรมมาควบคุมการแปลงค่าจากการอ่าน เพื่อให้โปรแกรมอื่นรู้จัก ส่วนโปรแกรม Indy Pos จะต้องใช้โปรแกรม ชื่อ Kbfake ในการรับค่าของ Scanner ที่ต่อกับ Serial Port ต้องเรียกก่อนเข้าโปรแกรมจึงจะสามารถใช้งานได้
4. แบบไร้สาย ข้อดีคือสามารถอ่านได้ระยะไกลกว่าปกติไม่มีข้อจำกัดของสายสัญญาณ ระยะการรับข้อมูลขึ้นอยู่กับสามารถของแต่ละรุ่นของ Scanner บางรุ่น 10 เมตร บางรุ่น 20 เมตรแล้วแต่ ข้อควรระวังคืออ่านระยะไกลไม่รู้ว่าอ่านไปแล้วหรือระวังการอ่านซ้ำ ราคาจะแพงกว่ารุ่นธรรมดา
ข้อแนะนำสำหรับเครื่องอ่านบาร์โค้ด ให้เหมาะสมกับโปรแกรม Indy Pos
1. ควรเลือก Scanner ที่ต่อกับสาย Keyboard เพราะจะสะดวกในการติดตั้งและการเคลื่อนย้ายในกรณีที่เครื่องมีปัญหา
2. ควรเลือก Scanner ที่เป็น Laser เพราะจะอ่านได้ดีและรวดเร็วกว่า Scanner ที่เป็น CCD


องค์ประกอบในการตัดสินใจซื้อ เพื่อเหมาะสมกับการใช้งาน

1. ต้องดูประเภทของธุรกิจว่าเป็นการขายอะไร
2. ความถี่ในการขายหรือจำนวนลูกค้า
3. ต้องการความรวดเร็วในการขายหรือการเปิดบิล
4. สถานที่ตั้งอุปกรณ์การออกแบบ
5. อะไหล่ศูนย์บริการ
6. เครื่องสำรองในกรณีที่เครื่องต้องส่งซ่อมเพราะการขายหยุดไม่ได้
7. ราคาและคุณภาพของสินค้า