การจัดทำใบกำกับภาษีอากรตามประมวลรัษฏากร 2544
หลักสำคัญในการจัดทำใบกำกับภาษี
ใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ
อย่างน้อยจะต้องมีข้อความหรือรายการตามที่กำหนดดังต่อไปนี้
1.
คำว่า "ใบกำกับภาษี" ในที่เห็นได้เด่นชัด
2. ชื่อ ที่อยู่ เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ประกอบการจดทะเบียนที่จัดทำใบกำกับภาษี
3. ชื่อ ที่อยู่ ของผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ
4. หมายเลขลำดับของใบกำกับภาษีและลำดับของเล่ม ถ้ามี
5. ชื่อ ชนิด ประเภท ปริมาณ และมูลค่าของสินค้าหรือบริการ
6. จำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่เรียกเก็บ ให้แยกออกจากมูลค่าของสินค้าหรือบริการอย่างชัดแจ้ง
7. วัน เดือน ปี ที่ออกใบกำกับภาษี ใช้ตัวเลขแทนการระบุชื่อเดือนก็ได้และใช้พุทธศักราชหรือใช้คริสต์ศักราชก็ได้
ข้อความอื่นตามที่อธิบดีกำหนด
*** ในกรณีตัวแทนหรือผู้ทอดตลาดเป็นผู้ออกใบกำกับภาษีแทนผู้ประกอบการจดทะเบียน ต้องระบุชื่อ ที่อยู่ ตัวแทนหรือผู้ทอดตลาดเป็น
ผู้ออกใบกำกับภาษีแทนผู้แทน การจดทะเบียนต้องระบุเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของตัวแทนหรือผู้ทอดตลาด แล้วแต่กรณีด้วย ***
ใบกำกับภาษีแบบย่อ
จะออกด้วยการเขียนหรือการใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงินก็ได้ แต่การออกด้วยเครื่องบันทึกการเก็บเงินต้อง
ได้รับอนุมัติจากอธิบดีกรมสรรพากรก่อน และอย่างน้อยจะต้องมีรายการ ต่อไปนี้
1. คำว่า "ใบกำกับภาษีอย่างย่อ"
2. ชื่อ หรือ ชื่อย่อ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ออกใบกำกับภาษี
3. หมายเลขลำกับของใบกำกับภาษี และลำดับของเล่ม ถ้ามี
4. ชื่อ ชนิด ประเภท ปริมาณ และมูลค่าของสินค้า หรือบริการ
5. ราคาสินค้า หรือราคาค่าบริการ ต้องมีข้อความระบุว่าได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว
6. วัน เดือน ปี ที่ออกใบกำกับภาษี
7. ข้อความอื่นที่อธิบดีกำหนด
ชื่อหรือประเภทของสินค้าจะออกเป็นรหัสก็ได้ แต่ต้องแจ้งรหัสให้อธิบดีทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 15 วันก่อนใช้รหัสและการแสดงราคาค่าสินค้าหรือค่าบริการในใบกำกับภาษีแบบย่อ จะต้องรวมภาษีมูลค่าเพิ่มไว้แล้ว
กรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนมีสถานประกอบการหลายแห่งจะต้องจัดทำใบกำกับภาษีเป็นรายสถานประกอบการ และสถานประกอบการที่ไม่ใช่สำนักงานใหญ่ได้นำใบกำกับภาษีระบุที่อยู่ของสำนักงานใหญ่ไปส่งมอบให้แก่ผู้ซื้อสินค้า หรือผู้รับบริการทุกครั้งที่ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น สถานประกอบการที่ไม่ใช่สำนักงานใหญ่ต้องระบุข้อความว่า "สาขาที่ออกใบกำกับภาษีคือ..." ไว้ในใบกำกับภาษีด้วย เช่น สาขาที่ออกใบกำกับภาษี คือ สาขาดินแดง โดยข้อความดังกล่าวจะตีพิมพ์ ประทับด้วยตรายางหรือเขียนด้วยหมึก พิมพ์ดีด จัดทำขึ้นด้วยระบบคอมพิวเตอร์ หรือทำให้ปรากฏขึ้นด้วยวิธีการอื่นใดในลักษณะทำนองเดียวกันได้

การยกเลิกใบกำกับภาษีฉบับเดิมแล้วออกฉบับใหม่

มีหลักเกณฑ์ดังนี้
ผู้ประกอบการจดทะเบียนซึ่งจัดทำใบกำกับภาษีโดยมีรายการในส่วนที่เป็นสาระสำคัญอย่างไม่ถูกต้องครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนดไว้ เมื่อได้รับการร้องขอให้ยกเลิกใบกำกับภาษีฉบับเดิมและจัดทำใบกำกับภาษีฉบับใหม่ที่ถูกต้อง ให้ดำเนินการดังต่อไปนี้
1. เรียกคืนใบกำกับภาษีฉบับเดิมและนำมาประทับตราว่า "ยกเลิก" หรือขีดฆ่า แล้วเก็บรวมไว้กับสำเนาใบกำกับภาษีฉบับเดิม
2. จัดทำใบกำกับภาษีฉบับใหม่ซึ่งเป็นเลขที่ใหม่ แต่จะต้องลง วัน เดือน ปี ให้ตรงกับ วัน เดือน ปี ตามใบกำกับภาษีฉบับเดิม และ
กรณีผู้ประกอบการจดทะเบียน จัดทำใบกำกับภาษีด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีระบบซอฟต์แวร์ในระบบงานจัดทำใบกำกับภาษีบันทึกเข้าระบบบัญชี แยกประเภทโดยอัตโนมัติ ถ้าระบบซอฟต์แวร์ดังกล่าวไม่สามารถระบุวัน เดือน ปี ในใบกำกับภาษีฉบับใหม่ ให้ตรงกับวัน เดือน ปี ตามใบกำกับภาษีฉบับเดิม ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนจัดทำใบกำกับภาษีฉบับใหม่ ซึ่งเป็นใบกำกับภาษีตีพิมพ์จากโรงพิมพ์ เพื่อให้สามารถระบุวัน เดือน ปี ตามใบกำกับภาษีฉบับเดิมได้
3. หมายเหตุไว้ในใบกำกับภาษีฉบับใหม่ว่า "เป็นการยกเลิกและออกใบกำกับภาษีฉบับใหม่แทนฉบับเดิมเลขที่....... เล่มที่......." และหมายเหตุการยกเลิกใบกำกับภาษีไว้ในรายงานภาษีขายของเดือนภาษีที่จัดทำใบกำกับภาษีฉบับใหม่ด้วย
ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ร้องขอให้ยกเลิกใบกำกับภาษีฉบับเดิม และจัดทำฉบับใหม่ที่ถูกต้องจะต้องถ่ายเอกสารใบกำกับภาษีฉบับเดิมที่ขอยกเลิกติดเรื่องไว้ด้วย
การออกใบเพิ่มหนี้
ในทางกฎหมาย "ใบเพิ่มหนี้" จะถือเป็น "ใบกำกับภาษี" ได้ก็ต่อเมื่อใบเพิ่มหนี้มีรายการอย่างน้อยตามที่กำหนดดังต่อไปนี้
1. คำว่า "ใบเพิ่มหนี้"
2. ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร ของผู้ประกอบการที่จดทะเบียนที่ออกใบเพิ่มหนี้ ในกรณีที่ตัวแทนได้รับมอบให้เป็นผู้ออกใบเพิ่มหนี้ ในนามของผู้ประกอบการจดทะเบียนที่อยู่นอกราชอาณาจักร หรือกรณีอื่น ๆ ต้องระบุ ขื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของตัวแทนนั้นด้วย
3. ชื่อ ที่อยู่ ของผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ
4. วัน เดือน ปี ที่ออกใบเพิ่มหนี้
5. หมายเลขลำดับของใบกำกับภาษีเดิมรวมทั้งหมายเลขลำดับของเล่ม ถ้ามี มูลค่าของสินค้าหรือบริการที่แสดงไว้ในใบกำกับภาษีดังกล่าว มูลค่าที่ถูกต้องของสินค้าหรือบริการผลต่างของจำนวนมูลค่าทั้งสองและจำนวนภีที่เรียกเก็บเพิ่มสำหรับส่วนต่างนั้น
5. คำอธิบายถึงสาเหตุในการออกใบเพิ่มหนี้
การออกใบลดหนี้
ในทางกฎหมาย "ใบลดหนี้" จะถือเป็น "ใบกำกับภาษี" ได้ก็ต่อเมื่อใบเพิ่มหนี้มีรายการอย่างน้อยตามที่กำหนดดังต่อไปนี้
1. คำว่า "ใบลดหนี้"
2. ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอาการของผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ออกใบลดหนี้ และในกรณีตัวแทนเป็นผู้ได้รับมอบให้เป็นผู้ออกใบลดหนี้ ในนามของผู้ประกอบการจดทะเบียนที่อยู่นอกราชอาณาจักรหรือกรณีอื่น ให้ระบุ ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของตัวแทนนั้นด้วย
3. ชื่อ ที่อยู่ของผู้ซื้อสินค้า หรือผู้รับบริการ
4. วัน เดือน ปี ที่ออกใบลดหนี้
5. หมายเลขลำดับของใบกำกับภาษีเดิม รวมทั้งหมายเลขลำดับของเล่ม ถ้ามีมูลค่าของสินค้าหรือบริการที่แสดงไว้ในใบกำกับภาษีดังกล่าว มูลค่าที่ถูกต้องของสินค้าหรือบริการผลต่างของจำนวนมูลค่าทั้งสอง และจำนวนภาษีที่ใช้คืนสำหรับส่วนค่างนั้น
6. คำอธิบายถึงสาเหตุในการออกใบลดหนี้
วิธีการออกใบแทนใบกำกับภาษี ใบแทนใบเพิ่มหนี้ และใบแทนใบลดหนี้
การออกใบแทนใบกำกับดังกล่าว เป็นกรณีที่ออกใบกำกับภาษี ใบเพิ่มหนี้ ใบลดหนี้ รายการทุกอย่างถูกต้องครบถ้วนแล้ว ต่อมาสูญหาย ถูกทำลาย หรือชุดในส่วนสำคัญ โดยมีหลักเกณฑ์ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรฯ (ฉบับที่ 36) ลงวันที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ.2535 สรุปได้ว่าให้ใช้วิธีถ่ายสำเนาใบกำกบภาษีสำเนาใบเพิ่มหนี้หรือสำเนาใบลดหนี้และให้บันทึกรายการต่อไปนี้ลงในภาพถ่ายหรือด้านหลังของภาพถ่ายดังกล่าว
1. ออกใบแทนออกให้ครั้งที่
2. วัน เดือน ปี ที่ออกใบแทน
3. อธิบายอย่างย่อ ๆ ถึงสาเหตุการออกใบแทน
4. ลายมือชื่อผู้ออกใบแทน ให้ผู้ออกใบแทนบันทึกรายการการออกใบแทนในรายงานภาษีขายในเดือนที่มีการออกใบแทน โดยระชื่อผู้ซื้อ เลขที่/เล่มที่ วันที่ออกใบกำกับภาษี ใบเพิ่มหนี้ หรือใบลดหนี้ที่ได้มีการออกใบแทนนั้นด้วย


วิธีการจัดทำใบกำกับแบบเต็มรูปในกรณีต่าง ๆ
กรณีทั่วไป
กรณีออกเป็นชุด
กรณีที่มีสถานประกอบการหลายแห่ง
กรณีฝากขายตามสัญญาตั้งตัวแทน
1. ต้องมีข้อความในต้นฉบับและ
สำเนาเหมือนกัน
2. ต้นฉบับส่งมอบให้ผู้ซื้อสำเนาเก็บรักษาไว้
3. กรณีขายเป็นเงินเชื่อควรแยกใบกำกับภาษีออกจากใบส่งของ
และส่งมอบต้นฉบับใบกำกับภาษีสำเนาใบส่งของให้ผู้ซื้อ
และเก็บต้นฉบับใบส่งของไว้เป็นหลักประกันชำระหนี้

1. ต้องมีข้อความ "เอกสารออกเป็นชุด ในใบกำกับภาษี"
ข้อความดังกล่าวจะต้องตีพิมพ์หรือจัดทำด้วยระบบคอมพิวเตอร์
2. ใบกำกับภาษีที่ทำด้วย
ระบบคอมพิวเตอร์ทั้งฉบับ
จะประทับตรายางเขียนด้วย
หมึกพิมพ์ดีดหรือวิธีอื่น
ในลักษณะเดียวกันไม่ได้

กรณีที่มีสถานประกอบการหลายแห่ง
1. ถ้านำใบกำกับภาษีของสำนักงานใหญ
่ส่งมอบให้ผู้ซื้อจะต้องมีข้อความ "สาขาที่ออกใบกำกับ คือ.................... …………………………"


1. ตัวการ (ผู้ฝากขาย)
ส่งมอบสินค้าให้ตัวแทน (ผู้รับฝาก) เมื่อตัวแทนขายสินค้าให้ผู้ซื้อ
ตัวแทนต้องออกใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปในนามตัวการ
2. ในการดำเนินการข้างต้นตัวแทนต้องระบุชื่อ ที่อยู่และเลขประจำตัว
ผู้เสียภาษีอากรของตัวแทนด้วย

ข้อเปรียบเทียบรายการในใบกำกับภาษีตามที่กฎหมายกำหนดไว้
ใบกำกับภาษีเต็มรูป
ใบกำกับภาษีอย่างย่อ
ใบกำกับภาษีอย่างย่อออก โดยเครื่องฯ
(1) คำว่า "ใบกำกับภาษี"
(2) เลขประจำตัวผู้เสียภาษี อากรของผู้ขาย
(3) ชื่อ ที่อยู่ ของผู้ขาย(4) ชื่อ ที่อยู่ ของผู้ซื้อ
(5) เลขที่ เล่มที่ (ถ้ามี) ของ ใบกำกับภาษ ี
(6) วัน เดือน ปี ที่ออกใบกำกับภาษี
(7) ชื่อชนิดประเภท ปริมาณ และราคาของ
สินค้าหรือบริการ
(8) จำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มโดยให้แยกออกจาก
ราคาสินค้าหรือบริการให้ชัดแจ้ง

(1) คำว่า"ใบกำกับภาษีอย่างย่อ"
(2) เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ขาย
(3) ชื่อหรือชื่อย่อของผู้ขาย
(4) เลขที่ เล่มที่ (ถ้ามี) ของใบกำกับภาษี
(5) วัน เดือน ปี ที่ออกใบกำกับภาษี
(6) ชื่อชนิดประเภทปริมาณและมูลค่าของสินค้าหรือบริการ
(7) ราคาของสินค้าหรือบริการที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยต้องมีข้อความระบุชัดเจนว่าราคาได้
รวมภาษีมูลค่าเพิ่มไว้แล้ว


(1) คำว่า "ใบกำกับภาษี อย่างย่อ" หรือคำว่า "TAX INV (ABB)" หรือคำว่า"TAX INVOICE(ABB)"
(2) เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ขาย
(3) ชื่อ หรือ ชื่อย่อ ของผู้ขาย ทั้งนี้ต้องเป็นชื่อย่อมิใช่อักษรย่อ
(4) หมายเลขลำดับของใบกำกับภาษี
(5) วัน เดือน ปี ที่ออกใบกำกับภาษี
(6) ชื่อ ชนิด ประเภท ปริมาณ และมูลค่าของสินค้าหรือบริการ
(7) ราคาสินค้าหรือค่าบริการ โดยระบุข้อความให้ชัดเจนว่าได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มไว้แล้ว
(8) เลขรหัสประจำเครื่องบันทึกเก็บเงิน

แบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มและแบบนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม
แบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม
1. แบบ ภ.พ.30 ใช้สำหรับผู้ประกอบการจดทะเบียน (รวมผู้ประกอบการจดทะเบียนที่เป็นผู้ส่งออกที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0) โดยคำนวณจากภาษีขาย หักด้วยภาษีซื้อในแต่ละเดือนภาษี
2. แบบใบขนสินค้าขาเข้า ใช้สำหรับผู้นำเข้าที่มีหน้าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ทั้งที่เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนและผู้นำเข้าอื่น ๆ
แบบนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม
แบบ ภ.พ. 360 ใช้สำหรับผู้มีหน้าที่นำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีต่อไปนี้
1. ผู้จ่ายเงินที่จ่ายซื้อสินค้าหรือค่าบริการ
2. ผู้รับโอนสินค้าหรือผู้รับโอนกรรมสิทธิ์ในบริการที่ได้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มไปแล้วในอัตราร้อยละ 0)
3. ผู้ทอดตลาดซึ่งขายทรัพย์สินของผู้ประกอบการจดทะเบียน
กำหนดเวลาในการยื่นแบบแสดงรายงานและการนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม
1. การยื่นแบบ ภ.พ. 30 ให้กระทำเป็นรายเดือน ๆ ละครั้ง ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ต้องชำระหรือขอคืนในเดือนภาษีใด ให้ยื่นแบบฯ ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ไม่ว่าจะมีการขายสินค้าหรือให้บริการเกิดขึ้นในเดือนภาษีนั้นหรือไม่ก็ตาม
ในกรณีที่มีสถานประกอบการหลายแห่ง (หลายสาขา) ให้แยกยื่นแบบ ภ.พ. 30 เป็นรายสถานประกอบการ เว้นแต่จะได้ขออนุมัติจากกรมสรรพากรเพื่อยื่นแบบฯ รวมกัน ณ สถานประกอบการแห่งหนึ่งแห่งใด ตามแบบ ภ.พ. 02 เมื่อได้รับอนุมัติแล้วก็ให้ถือปฏิบัติตั้งแต่เดือนภาษีที่อธิบดีฯ อนุมัติเป็นต้นไป
2. การยื่นแบบใบขนสินค้าขาเข้า ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียน หรือผู้นำเข้ายื่นใบขนสินค้าขาเข้าและชำระภาษีมูลค่าเพิ่มพร้อมกับการชำระอากรขาเข้าตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร ณ ด่านศุลกากรทีมีการนำเข้าสินค้า
3. การยื่นแบบนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม
3.1 การนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการซื้อสินค้าหรือบริการ หรือขายทรัพย์สินของผู้ประกอบการจดทะเบียน ให้นำส่งภาษีภายใน 7 วันนับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่จ่ายเงิน หรือรับเงินจากการขายทอดตลาดแล้วแต่กรณี
3.2 การนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีรับโอนสินค้าหรือรับโอนสิทธิในบริการที่ได้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มไปแล้วในอัตราร้อยละ 0 ให้นำส่งภายใน 30 วันนับแต่วันที่รับโอน