ระบบต่าง ๆ ของโปรแกรม
> ระบบจัดซื้อ-รับสินค้า
> ระบบเจ้าหนี้-ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ
> ระบบขายส่ง-จองสินค้า
> ระบบลูกหนี้-รายได้อื่น ๆ
> ระบบสินค้าคงคลัง
> ระบบการเงิน-ธนาคาร-เช็ค
> ระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม
> บัญชีแยกประเภท-สินทรัพย์ถาวร
> ระบบรักษาความปลอดภัยข้อมูล
> ขีดความสามารถของระบบ
> รายงานวิเคราะห์ ต่าง ๆ หลังร้าน
> ระบบขายปลีกหน้าร้าน
 
> กลับหน้าแรก Indy Soft
คุณสมบัติของระบบหลังร้าน INDY POS
ระบบการจัดซื้อสินค้าและรับสินค้า
  1. สามารถพิมพ์และเปลี่ยนแปลงรูปแบบในแต่ละเอกสารให้แตกต่างกันได้ถึง 3 รูปแบบ เอกสารได้แก่ ใบสั่งซื้อ และใบรับสินค้า
  2. สามารถซื้อสินค้าแยกตามแผนก
  3. สามารถบันทึกการซื้อที่มีเงินมัดจำ
  4. สามารถบันทึกส่วนลดต่อรายการสินค้า และส่วนลดรวม
  5. สามารถบันทึกส่วนลดเป็นเปอร์เซ็นต์หลายชั้นได้เช่น 10+5+3% หรือเป็นจำนวนเงิน (บาท) ก็ได้
  6. สามารถรับสินค้าได้ โดยไม่ต้องออกใบสั่งซื้อสินค้า
  7. สำหรับใบสั่งซื้อ โปรแกรมจะควบคุมยอดที่สั่งซื้อและค้างรับ และสามารถรับสินค้าตามที่สั่งได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง จนกว่าจะรับสินค้าครบตามยอดสั่งซื้อ
  8. มีจุดสั่งซื้อ เพื่อช่วยเตือนฝ่ายจัดซื้อสั่งของ เพื่อให้ทันขาย
  9. เปิดโอกาสให้แก้ไขยอดภาษีมูลค่าเพิ่ม(VAT) ให้ตรงกับใบกำกับภาษีของผู้จำหน่าย
  10. เพิ่มคำอธิบายเพิ่มของรายการสินค้าได้ จำนวน 10 บรรทัดๆ ละ 50 ตัวอักษร
  11. เพิ่มคำอธิบายหมายเหตุได้ จำนวน 5 บรรทัดๆ ละ 50 ตัวอักษร
  12. สามารถเพิ่มสินค้า และผู้จำหน่าย ได้ในขณะบันทึกรายการซื้อ
  13. เมื่อบันทึกรับสินค้าโปรแกรมจะตั้งเจ้าหนี้, เพิ่มสต๊อค, บันทึกภาษีซื้อ, ลงบัญชี และเก็บสถิติการซื้อให้ทันที

ระบบควบคุมเจ้าหนี้และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ

ข้อมูลเจ้าหนึ้จะถูกส่งมาจากระบบซื้อสินค้า
  1. สามารถพิมพ์และเปลี่ยนแปลงรูปแบบในแต่ละเอกสารให้แตกต่างกันได้ถึง 3 รูปแบบ เอกสารได้แก่ ใบรับวางบิล, ใบจ่ายเงิน, ใบลดหนี้/ส่งคืนสินค้า และใบเพิ่มหนี้
  2. สามารถบันทึกค่าใช้จ่ายอื่นๆ นอกเหนือจากเจ้าหนี้จากการซื้อสินค้า
  3. สามารถจ่ายชำระหนี้ได้อย่างสะดวกทั้งการจ่ายชำระแบบเต็มบิล หรือจ่ายชำระบางส่วน
  4. การจ่ายชำระหนี้สามารถชำระโดย เงินสด, เช็ค(กี่ใบก็ได้), บัตรเครดิต(เหมือนเช็ค), โอนเงิน, ดร๊าฟ, หักภาษี ณ ที่จ่ายและส่วนลด
  5. สามารถเรียกดูยอดบิลที่ยังค้างจ่ายของเจ้าหนี้แต่ละราย (ทั้งแบบสรุปและละเอียด) เพื่อใช้ประมาณการรายจ่าย โดยกำหนดช่วงเวลาที่บิลจะครบกำหนดได้เอง เช่น จะต้องจ่ายภายใน 7 วัน 15 วัน 30 วัน มีเท่าไร เป็นต้น
  6. มีรายงานใบรับวางบิลที่ถึงกำหนดจ่ายเงิน และรายจ่ายล่วงหน้า
  7. สามารถบันทึกค่าใช้จ่ายแยกตามแผนก
  8. เพิ่มคำอธิบายหมายเหตุได้ จำนวน 5 บรรทัดๆ ละ 50 ตัวอักษร
  9. สามารถพิมพ์รายชื่อของผู้จำหน่ายลงบนสติกเกอร์และจ่าหน้าซองจดหมาย
  10. สามารถปรับเปลี่ยนรหัสผู้จำหน่ายได้ตลอดเวลา
  11. สามารถค้นหาข้อมูลตามรหัสผู้จำหน่าย หรือชื่อบริษัท และมี Look up ในกรณีที่จำรหัสไม่ได้
  12. สามารถเรียกดูเฉพาะสินค้าของผู้จำหน่ายนั้น ๆ ได้ ขณะที่ทำการซื้อ ทำให้สะดวกและรวดเร็วขึ้น

ระบบการจัดจำหน่ายและการจองสินค้า
  1. สามารถพิมพ์และเปลี่ยนแปลงรูปแบบในแต่ละเอกสารให้แตกต่างกันได้ถึง 3 รูปแบบ เอกสารได้แก่ ใบเสนอราคา, ใบสั่งขาย, ใบกำกับสินค้า/ใบกำกับภาษี (มี 9 แบบ) และบิลเงินสด
  2. สามารถขายสินค้าแยกตามแผนก และประเภทการขาย
  3. รองรับการขายที่มีเงินมัดจำ และพิมพ์ใบเสร็จ/ใบกำกับภาษี
  4. สามารถบันทึกส่วนลดต่อรายการสินค้า และส่วนลดรวม
  5. สามารถบันทึกส่วนลดเป็นเปอร์เซ็นต์หลายชั้นเช่น 10+5+3% หรือเป็นจำนวนเงิน (บาท) ก็ได้
  6. มีระบบเตือน เมื่อมีการขายเชื่อเกินวงเงินอนุมัติ
  7. สามารถออกใบกำกับสินค้าได้ โดยไม่ต้องผ่านระบบการจองสินค้า และการบันทึกการจองสินค้าโปรแกรมจะควบคุมยอดที่สั่งจองและค้างส่งให้
  8. สามารถออกใบกำกับสินค้าได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง จนกว่าจะส่งสินค้าครบตามยอดสั่งจอง
  9. สามารถรองรับธุรกิจการขายบริการ
  10. สามารถรองรับธุรกิจฝากขาย โดยใช้คลังสินค้าเป็นสถานที่ซึ่งฝากขายสินค้า
  11. เพิ่มคำอธิบายของรายการสินค้าได้ จำนวน 10 บรรทัดๆ ละ 50 ตัวอักษร
  12. เพิ่มคำอธิบายหมายเหตุได้ จำนวน 5 บรรทัดๆ ละ 50 ตัวอักษร
  13. ในใบเสนอราคาสามารถกำหนดสถานะของลูกค้าช่วยให้การติดตามผลการขายมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  14. สามารถประยุกต์ใบเสนอราคาให้เป็น Price List เพื่อนำมาพิมพ์ใบแจ้งหนี้ เช่น ค่าบริการรายเดือน
  15. สามารถเพิ่มสินค้า, ลูกค้า, พนักงานขาย และเขตการขายได้ในขณะบันทึกรายการขาย 
  16. เมื่อบันทึกการขาย โปรแกรมจะตั้งลูกหนี้, ตัดสต๊อค, บันทึกภาษีขาย, ลงบัญชี และเก็บสถิติการขายให้ทันที
  17. สามารถกำหนดจำนวนครั้งในการพิมพ์ใบกำกับภาษีได้ หรือกำหนดห้ามพิมพ์ได้

ระบบควบคุมลูกหนี้และรายได้อื่น ๆ
ข้อมูลลูกหนี้จะถูกส่งมาจากระบบขายสินค้า
  1. สามารถพิมพ์และเปลี่ยนแปลงรูปแบบในแต่ละเอกสารให้แตกต่างกันได้ถึง 3 รูปแบบ เอกสารได้แก่ ใบวางบิล, ใบเสร็จรับเงิน, ใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษี, ใบลดหนี้/รับคืนสินค้า และใบเพิ่มหนี้
  2. สามารถบันทึกรายได้อื่นๆ นอกเหนือจากลูกหนี้จากการขายสินค้า
  3. สามารถรับชำระหนี้ได้อย่างสะดวกทั้งการรับชำระแบบเต็มบิล หรือรับชำระบางส่วน
  4. การรับชำระหนี้สามารถชำระโดย เงินสด, เช็ค(กี่ใบก็ได้), บัตรเครดิต(เหมือนเช็ค), โอนเงินเข้าบัญชี, ดร๊าฟ, หักภาษี ณ ที่จ่ายและส่วนลด
  5. เพื่อลดโอกาสการเกิดหนี้สูญ ผู้ใช้สามารถวิเคราะห์สภาพหนี้จากงบอายุหนี้ ทั้งแบบสรุป และแบบละเอียด และสามารถกำหนดช่วงการวิเคราะห์อายุหนี้ได้
  6. มีรายงานใบวางบิลที่ถึงกำหนดรับเงิน และรายได้รับล่วงหน้า
  7. สามารถบันทึกรายได้แยกตามแผนก
  8. เพิ่มคำอธิบายหมายเหตุได้ จำนวน 5 บรรทัดๆ ละ 50 ตัวอักษร
  9. สามารถพิมพ์ใบตรวจสอบวงเงินสินเชื่อของลูกค้า
  10. สามารถพิมพ์รายชื่อของลูกค้าลงบนสติกเกอร์และจ่าหน้าซองจดหมาย
  11. สามารถปรับเปลี่ยนรหัสลูกค้าได้ตลอดเวลา
  12. สามารถค้นหาข้อมูลตามรหัสลูกค้า หรือชื่อบริษัท และมี Look up ในกรณีที่จำรหัสไม่ได้
  13. สามารถเก็บรายละเอียดเกี่ยวกับลูกค้า/สมาชิกได้เช่น วัน เดือน ปีเกิด, รายได้, เงินเดือน, เพศ, ระดับการศึกษา ฯลฯ
  14. สามารถกำหนดส่วนลด, ราคาขาย, ระยะเวลาโปรโมชั่น ไว้กับกลุ่มลูกค้าได้

ระบบควบคุมสินค้าคงคลัง
ข้อมูลส่วนใหญ่จะถูกส่งมาจากระบบซื้อและระบบขายสินค้า
  1. สามารถกำหนดคลังสินค้าได้หลายคลัง โดยไม่จำกัดจำนวน
  2. สามารถเลือกวิธีการคิดต้นทุนได้ 2 แบบ ได้แก่
    2.1. แบบต้นทุนถัวเฉลี่ย (Moving Weighted Average)
    2.2. แบบเข้าก่อนออกก่อน (FIFO = First-In-First-Out)
  3. รองรับการขายสินค้าเป็นชุด (สินค้าที่มีส่วนประกอบมากกว่า 1 ชิ้น) หรือสินค้าตัวเดียวกัน แต่มีหลายหน่วยนับขาย เช่น กล่อง, หีบ, ลังเป็นต้น เพียงแต่กำหนดส่วนประกอบของสินค้าชุดนั้น เมื่อบันทึกการขายโปรแกรมจะตัดสต๊อคทั้งชุดให้โดยอัตโนมัติ (Component Set Support)
  4. สามารถกำหนดหน่วยนับหลัก (หน่วยที่เก็บไว้ในสต๊อค), หน่วยนับซื้อ และหน่วยนับขายเป็นคนละหน่วย โดยกำหนดอัตราส่วนต่อหน่วยนับหลักไว้ล่วงหน้าและมีทศนิยมได้ถึง 3 ตำแหน่ง
  5. สามารถปรับปรุงต้นทุนสินค้าเพิ่มหรือลดได้ เช่น ค่าขนส่ง, ค่าภาษีสรรพสามิต, อากรขาเข้า ฯ
  6. สอบถามยอดคงเหลือในสต๊อคได้ตลอดเวลา ที่หน้าจอไหนก็ได้
  7. ยอมให้ยอดสินค้าในสต๊อคติดลบได้ (ออกบิลไปก่อน) และกระทบยอดต้นทุนย้อนหลังให้โดยอัตโนมัติ
  8. สามารถเก็บข้อมูลได้ทั้งสินค้าสำเร็จรูป, วัตถุดิบ, สินค้ากึ่งสำเร็จรูป, สินค้าประกอบและสินค้าบริการ
  9. สามารถกำหนดราคาขายของสินค้าได้ 4 ระดับ และพิมพ์รายงาน Price List ได้
  10. สามารถปรับราคาขายสินค้า เพิ่มขึ้น หรือ ลดลง เป็นจำนวนเปอร์เซ็นต์ หรือ จำนวนเงิน
  11. สามารถบันทึกการเบิกสินค้าหรือรับเข้าสต๊อคที่ไม่เกี่ยวข้องกับการซื้อหรือขายได้
  12. สามารถพิมพ์และเปลี่ยนแปลงรูปแบบของเอกสารการเบิกหรือรับสินค้าเข้าให้แตกต่างกันได้ถึง 3 รูปแบบ
  13. มีแบบฟอร์มและรายงานที่อำนวยความสะดวกในการตรวจนับสินค้า
  14. สามารถปรับเปลี่ยนรหัสสินค้าได้ตลอดเวลา
  15. สามารถค้นหาข้อมูลตามรหัสสินค้า หรือชื่อสินค้า และมี Look up ในกรณีที่จำรหัสไม่ได้
  16. มีแฟ้มเก็บสินค้าที่มี Serial No. หรือ Part No.
  17. สามารถรับข้อมูลการตรวจนับสินค้าจากเครื่องตรวจนับโดยตรง และรับเป็น Text File ได้
  18. สามารถตรวจนับสินค้าตามหมวดสินค้า, ผู้จำหน่าย, คลัง และตามรหัสแท่งได้
  19. ในกรณีมีสาขา โปรแกรมสามารถทำสำเนาเอกสารโอนย้ายระหว่างคลังสินค้าได้
  20. 1 รหัสสินค้า สามารถกำหนดได้หลายรหัสบาร์โค้ด
  21. สามารถกำหนดจุดต่ำสุด และจุดสูงสุดในการสั่งซื้อสินค้าได้
  22. สามารถกำหนดประเภทการคนวณภาษีของสินค้าได้หลายแบบ เช่น คำรวณภาษีปกติ, ยกเว้นภาษี, ภาษีขั้นต่ำ

ระบบควบคุมเช็คและเงินฝากธนาคาร
เช็ครับและเช็คจ่ายจะถูกส่งมาจากการรับชำระหนี้ และจ่ายชำระหนี้
  1. สามารถพิมพ์และเปลี่ยนแปลงรูปแบบเช็คให้แตกต่างกันได้ถึง 3 รูปแบบ
  2. สามารถนำฝากเช็คและผ่านเช็คเป็นชุด (ทำ Pay in Slip)
  3. สามารถจัดพิมพ์รายงานของเช็ครับในมือและเช็คจ่ายล่วงหน้า เพื่อตรวจสอบได้
  4. สามารถบันทึกรายการที่เกี่ยวข้องกับบัญชีเงินฝากธนาคาร เช่น ฝากเงิน, ถอนเงิน, โอนเงิน ฯลฯและพิมพ์รายงานเพื่อนำมากระทบยอดกับ Bank Statement (ทำ Bank Reconcile)
  5. สามารถเก็บประวัติเช็คคืน (เช็คเด้ง) ได้

ระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
ข้อมูลจะถูกส่งมาจากระบบอื่นๆ โดยอัตโนมัติ เช่น การซื้อสินค้า, ค่าใช้จ่ายอื่นๆ การส่งคืนสินค้า, การขายสินค้า, รายได้อื่นๆ, การรับคืนสินค้า และจากการบันทึกในสมุดรายวันขั้นต้นของระบบบัญชี
  1. สามารถบันทึกการซื้อ/ขายได้ทั้งแบบ ราคารวมภาษี (Inclusive) และราคาแยกภาษี (Exclusive) รวมทั้งรายการสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษี หรือคิดภาษีฐานขั้นต่ำในบิลเดียวกัน
  2. ใช้ได้ทั้งธุรกิจที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และ แบบเหมาจ่าย
  3. สามารถพิมพ์รายงานภาษีซื้อ, ภาษีขาย และมูลค่าฐานภาษี ที่มีข้อมูลครบถ้วนตามที่กรมสรรพากรกำหนด
  4. สามารถปรับยอดภาษีซื้อที่ขอคืนไม่ได้ และพิมพ์รายงานภาษีซื้อแบบแยกเป็น 2 ยอด คือ ยอดที่ขอคืนได้ และยอดที่ขอคืนไม่ได้
  5. สามารถพิมพ์รายงานภาษีขายแบบอัตราศูนย์, ยกเว้นภาษี
  6. พิมพ์รายงานภาษีซื้อและภาษีขาย ภาษีหัก ณ ที่จ่ายและใบต่อ ประจำงวด (ภาษีที่เกิดขี้นในงวดนั้นๆ) และภาษีที่ยื่นเพิ่มเติม
  7. สามารถเลือกวิธีการบันทึกบัญชีภาษีมูลค่าเพิ่มได้ 2 แบบ
    7.1. แบบเกณฑ์สิทธิ
    7.2. แบบเกณฑ์เงินสด
  8. สามารถพิมพ์หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายและใบต่อ ภงด. ได้ ทั้งแบบ ภงด.1, ภงด.3, ภงด.53

ระบบบัญชีแยกประเภทและคิดค่าเสื่อมราคาสินทรัพย์ถาวร
ข้อมูลส่วนใหญ่จะถูกส่งมาจาก ระบบซื้อ, ระบบขาย, การเงิน และระบบอื่น ๆ
  1. จัดเตรียมผังบัญชีตัวอย่างไว้ให้ ซึ่งสามารถปรับแต่งให้ตรงกับระบบงานของผู้ใช้ หรือสร้างผังบัญชีได้เองตามต้องการ
  2. สามารถสร้างงบการเงินต่าง ๆ ที่ต้องการได้ด้วยตัวเอง เพื่อให้ตรงกับธุรกิจแต่ละประเภท และมีจำนวนคอลัมน์สำหรับใช้เปรียบเทียบได้สูงสุด 14 ช่อง
  3. สามารถพิมพ์และเปลี่ยนแปลงรูปแบบใบสำคัญ (Voucher) ให้ตรงกับความต้องการ
  4. สามารถแบ่งแยกผังบัญชีตามแผนกได้ไม่จำกัด (Cost Center)
  5. สามารถกำหนดการล็อคงวดบัญชีได้ตามต้องการ โดยสามารถล็อคเป็นงวดหรือเป็นวันที่ได้(เฉพาะงวดที่ 13) ป้องกันการแก้ไขข้อมูลย้อนหลัง
  6. สามารถกำหนดงวดบัญชีของกิจการ โดยเริ่มต้นงวดบัญชี เมื่อไรก็ได้
  7. สามารถป้อนข้อมูลของปีถัดไปได้ไม่จำกัดโดยไม่ต้องรอการปิดบัญชีสิ้นปีทำให้การทำงานต่อเนื่องไม่ล่าช้าและเมื่อทำการปิดสิ้นปี โปรแกรมก็จะจัดข้อมูลเข้าในงวดที่ถูกต้องให้โดยอัตโนมัติ
  8. สามารถดึงบัญชีต้นแบบ (Template) มาลงรายการรายวัน
  9. สามารถกำหนดงบประมาณการ (Budget) ของแต่ละบัญชีในแต่ละงวดบัญชี
  10. สามารถเก็บข้อมูลได้ 2 ปี ได้แก่ ปีที่แล้ว และ ปีปัจจุบัน เพื่อนำมาใช้พิมพ์เปรียบเทียบ
  11. โปรแกรมจะทำการตรวจสอบยอดเดบิตและเครดิตให้สมดุลย์ ก่อนบันทึก
  12. สามารถบันทึกรายการด้านเดบิทและเครดิตได้ไม่จำกัดจำนวนรายการ (Compound Entry)
  13. สามารถเลือกวิธีบันทึกบัญชีสินค้าได้ทั้งแบบ Periodic หรือPerpetual
  14. สามารถบันทึกการจ่ายเงินสดย่อยที่มีใบกำกับภาษีหลายใบ
  15. สามารถกำหนดสมุดรายวันได้ตามต้องการ ไม่จำกัด
  16. สามารถเลือกวิธีการคิดค่าเสื่อมราคาของสินทรัพย์ได้ 3 วิธี ได้แก่
    16.1. วิธีเส้นตรง (Straight-line Method)
    16.2. วิธีลดยอด (The Constant Percentage of Declining Book-Value Method)
    16.3. กำหนดค่าเสื่อมราคาเอง
  17. สามารถปรับเปลี่ยนเลขที่บัญชีได้ตลอดเวลา
  18. สามารถค้นหาข้อมูลตามเลขที่บัญชีหรือชื่อบัญชี และมี Look up ในกรณีที่จำไม่ได้
  19. รองรับการคิดค่าเสื่อมราคาสินทรัพย์ถาวรแบบใหม่ สำหรับสินทรัพย์ที่เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์คอมฯ

ระบบความปลอดภัยของข้อมูล

โปรแกรมสามารถกำหนดการเข้าถึงข้อมูลได้ทุกเมนูที่มีอยู่ในโปรแกรม โดย
1.ผู้ดูแลระบบสามารถกำหนดสิทธิการใช้ข้อมูลของผู้ใช้งานแต่ละคน หรือแต่ละกลุ่มได้ตามต้องการทำให้ป้องกันผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปดูข้อมูลที่เป็นความลับ
2.สามารถกำหนดรหัสลับ (PassWord) ให้กับผู้ใช้งานแต่ละคนได้ไม่จำกัด


ขีดความสามารถของระบบ

1. เก็บข้อมูลได้โดยไม่จำกัดจำนวน (ขึ้นอยู่กับเนื้อที่ฮาร์ดดิสที่ใช้อยู่ ตัวโปรแกรมใช้เนื้อที่ประมาณ (10 MB)

 
2. ใช้กับคอมพิวเตอร์ที่มี CPU ตั้งแต่ PENTIUM II ขึ้นไป และหน่วยความจำอย่างน้อย 16 MB  
3. กำหนดเลขที่เอกสารได้สูงสุดจำนวน
10 หลัก
4. กำหนดรหัสสินค้า, รหัสแท่ง, รหัสสินทรัพย์ได้สูงสุดจำนวน
25 หลัก
5. กำหนดชื่อสินค้าได้สูงสุดจำนวน
60 ตัวอักษร
6.กำหนดชื่อย่อสินค้าได้สูงสุดจำนวน 25 ตัวอักษร
7. กำหนดรหัสลูกหนี้ เลขที่บัตรสมาชิกได้สูงสุดจำนวน 25 หลัก
8. กำหนดรหัสเจ้าหนี้ได้สูงสุดจำนวน 25 หลัก
9. กำหนดชื่อบริษัทลูกหนี้และเจ้าหนี้ได้ ได้สูงจำนวน
75 ตัวอักษร
10. กำหนดที่อยู่ลูกหนี้และเจ้าหนี้ ได้ 2 บรรทัด ๆ ละ
60 ตัวอักษร
11. กำหนดรหัสพนักงานขายได้สูงสุดจำนวน
25 หลัก
12. กำหนดรหัสธนาคารได้สูงสุดจำนวน
2 หลัก (99 ธนาคาร)
13. กำหนดยอดยกมาในบัญชีเงินฝากได้สูงสุด
9,999 ล้านบาท (หรือ - 999 ล้าน)
14. กำหนดเลขที่เช็คได้สูงสุดจำนวน
10หลัก
15. กำหนดรหัสคลังสินค้าได้สูงสุดจำนวน
4 หลัก (ใช้ตัวอักษรผสมตัวเลขได้)
16. กำหนดเลขที่บัญชีได้สูงสุดจำนวน
15 หลัก
17. กำหนดชื่อบัญชีได้สูงสุดจำนวน
75 ตัวอักษร
18. กำหนดหมายเลขเครื่องเก็บเงินได้สูงสุดจำนวน
25 หลัก
19. กำหนดราคาโปรโมชั่นได้สูงสุดจำนวน
9,999 ล้านบาท
20.กำหนดวงเงินในลิ้นชัก ได้สูงสุดจำนวน
9,999 ล้านบาท
21. กำหนดราคาขายสินค้าต่อหน่วย ได้สูงสุดจำนวน
9,999 ล้านบาท
22. กำหนดสมุดรายวันได้สูงสุด
99 เล่ม
23.กำหนดรหัสแผนกได้สูงสุดจำนวน
4 หลัก
24. บันทึกรายการบัญชีในแต่ละ Voucher ได้ไม่จำกัด
25.เก็บราคาขายต่อหน่วยไว้ล่วงหน้าได้
4 ราคา
26. กำหนดให้เครดิตลูกหนี้/เจ้าหนี้ได้สูงสุด
999 วัน
27. กำหนดช่วงเวลาวิเคราะห์อายุลูกหนี้/เจ้าหนี้ได้สูงสุด
4 ช่วง
28. สามารถรับยอดเดบิต เครดิต ของแต่ละบัญชีได้สูงสุด
9,999 ล้านบาท
29. สามารถรับยอดสะสมของแต่ละบัญชีได้สูงสุด
99,999 ล้านบาท
30.กำหนดวงเงินอนุมัติของลูกหนี้/เจ้าหนี้ได้สูงสุด
99 ล้านบาท
31. กำหนดจำนวนวสินค้าที่ซื้อ/ขายต่อรายการได้สูงสุด 99,999,999 หน่วย
32. กำหนดราคาสินค้าต่อหน่วยได้สูงสุด 99 ล้าน
33.รายการสินค้าต่อบิลได้สูงสุด 999 รายการ
34.จำนวนเงินรวมต่อบิลซื้อ/ขายได้สูงสุด 99 ล้านบาท
35.กำหนดจำนวนสิต้าสะสมประจำงวดและประจำปีได้สูงสุด 99 หน่วย
36.สามารถกำหนดจำนวน Lot (ต้นทุนแบบ FIFO) ได้โดยไม่จำกัดจำนวน